05 สลากฮาลาลเบอร์5
สลากฮาลาลเบอร์ 5
ประเทศไทยมีแต้มต่อเรื่องอาหารอยู่แล้ว
เราเป็นประเทศที่คนทั่วโลกยอมรับว่า “ทำอาหารอร่อย” ทั้งอาหารริมทาง ร้านเล็ก ร้านใหญ่ ไปจนถึงโรงแรมและสายการบิน นี่คือทุนเดิมที่ประเทศอื่นไม่มีเหมือนเรา
ฮาลาลเบอร์ 5 คือแนวคิดการยกระดับอาหารฮาลาลของไทยให้ไปไกลกว่าการขอตรารับรองแบบเดิม
แต่เป็นการสร้าง “มาตรฐานกลาง” ที่ตรวจสอบย้อนกลับได้จริง ตั้งแต่ฟาร์ม โรงเชือด โรงงาน แปรรูป ขนส่ง จนถึงชั้นวางสินค้า โดยใช้เทคโนโลยี blockchain มาช่วยเก็บ และล็อกข้อมูลทุกขั้นตอน
ทำไมไทยจึงมีโอกาสทำเรื่องนี้ได้ง่ายกว่าประเทศอื่น?
1) เรามีฐานการผลิตอาหารอยู่แล้ว
- ไทยมีทั้งเกษตร ประมง ปศุสัตว์ และโรงงานแปรรูปที่พร้อมต่อยอด
- ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ แค่เอาระบบติดตามและมาตรฐานดิจิทัลไปครอบลงบนสิ่งที่มีอยู่
2) เรามีชื่อเสียงด้านอาหารในสายตาต่างชาติ
- หากไทยออก “มาตรฐานฮาลาลดิจิทัล” โลกจะมองว่าเป็นการอัปเกรดจากความอร่อยและคุณภาพที่เขายอมรับอยู่แล้ว
- ผู้ซื้อจากตะวันออกกลาง เอเชียใต้ เอเชียกลาง แอฟริกา และยุโรป มักรู้จักอาหารไทยอยู่ก่อน จึงเชื่อมต่อได้ง่าย
3) ประเทศไทยไม่มีภัยพิบัติรุนแรงเท่าหลายประเทศ
- ระบบอาหารสามารถเดินต่อเนื่องได้
- ทำให้เราเหมาะจะเป็นฐานผลิตอาหารฮาลาลระยะยาว เป็น “ครัวโลกฮาลาล” อย่างแท้จริง
4) blockchain ทำให้ความเชื่อมั่นไม่อิงตัวบุคคล
- เดิมทีคำว่า “ฮาลาล” อิงกับตรารับรองจากองค์กรหรือบุคคล
- เมื่อใช้ blockchain ข้อมูลจะยึดตามข้อเท็จจริงในระบบ เช่น แหล่งที่มา วันเวลา สายการผลิต เอกสารการตรวจสอบ
- ต่างประเทศสามารถตรวจเช็กข้อมูลเองได้ ทำให้ความน่าเชื่อถือสูงขึ้น ไม่ต้องเชื่อแค่ “คำพูด”
5) ผู้ประกอบการไทยเข้าเกมได้ทั้งรายเล็กและรายใหญ่
- ถ้าระบบใช้งานง่าย ผ่านมือถือหรือระบบออนไลน์
- เกษตรกรรายย่อย โรงงานขนาดกลาง ร้านอาหาร ไปจนถึงแพลตฟอร์มส่งออก สามารถใช้มาตรฐานเดียวกันได้
- สร้างภาพรวมว่า “อาหารฮาลาลจากไทยมีมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ”
เป้าหมายของสลากฮาลาลเบอร์ 5
ไม่ใช่แค่มีตราฮาลาลเพิ่มหนึ่งแบบ แต่คือการสร้าง “ภาษากลางด้านความน่าเชื่อถือ” ของอาหารฮาลาลไทยในสายตาทั้งโลก ด้วยเทคโนโลยีที่ตรวจสอบย้อนกลับได้จริง
หากเราทำสำเร็จ
- ไทยจะไม่ใช่แค่ผู้ขายอาหารฮาลาล
- แต่จะกลายเป็น “ผู้กำหนดมาตรฐาน” ให้ประเทศอื่นต้องอ้างอิง
นี่คือแต้มต่อที่หลายประเทศไม่มี
และเป็นโอกาสที่ประเทศไทยไม่ควรปล่อยให้หลุดมือ
ประเทศไทยมีแต้มต่อเรื่องอาหารอยู่แล้ว
เราเป็นประเทศที่คนทั่วโลกยอมรับว่า “ทำอาหารอร่อย” ทั้งอาหารริมทาง ร้านเล็ก ร้านใหญ่ ไปจนถึงโรงแรมและสายการบิน นี่คือทุนเดิมที่ประเทศอื่นไม่มีเหมือนเรา
ฮาลาลเบอร์ 5 คือแนวคิดการยกระดับอาหารฮาลาลของไทยให้ไปไกลกว่าการขอตรารับรองแบบเดิม
แต่เป็นการสร้าง “มาตรฐานกลาง” ที่ตรวจสอบย้อนกลับได้จริง ตั้งแต่ฟาร์ม โรงเชือด โรงงาน แปรรูป ขนส่ง จนถึงชั้นวางสินค้า โดยใช้เทคโนโลยี blockchain มาช่วยเก็บ และล็อกข้อมูลทุกขั้นตอน
ทำไมไทยจึงมีโอกาสทำเรื่องนี้ได้ง่ายกว่าประเทศอื่น?
1) เรามีฐานการผลิตอาหารอยู่แล้ว
- ไทยมีทั้งเกษตร ประมง ปศุสัตว์ และโรงงานแปรรูปที่พร้อมต่อยอด
- ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ แค่เอาระบบติดตามและมาตรฐานดิจิทัลไปครอบลงบนสิ่งที่มีอยู่
2) เรามีชื่อเสียงด้านอาหารในสายตาต่างชาติ
- หากไทยออก “มาตรฐานฮาลาลดิจิทัล” โลกจะมองว่าเป็นการอัปเกรดจากความอร่อยและคุณภาพที่เขายอมรับอยู่แล้ว
- ผู้ซื้อจากตะวันออกกลาง เอเชียใต้ เอเชียกลาง แอฟริกา และยุโรป มักรู้จักอาหารไทยอยู่ก่อน จึงเชื่อมต่อได้ง่าย
3) ประเทศไทยไม่มีภัยพิบัติรุนแรงเท่าหลายประเทศ
- ระบบอาหารสามารถเดินต่อเนื่องได้
- ทำให้เราเหมาะจะเป็นฐานผลิตอาหารฮาลาลระยะยาว เป็น “ครัวโลกฮาลาล” อย่างแท้จริง
4) blockchain ทำให้ความเชื่อมั่นไม่อิงตัวบุคคล
- เดิมทีคำว่า “ฮาลาล” อิงกับตรารับรองจากองค์กรหรือบุคคล
- เมื่อใช้ blockchain ข้อมูลจะยึดตามข้อเท็จจริงในระบบ เช่น แหล่งที่มา วันเวลา สายการผลิต เอกสารการตรวจสอบ
- ต่างประเทศสามารถตรวจเช็กข้อมูลเองได้ ทำให้ความน่าเชื่อถือสูงขึ้น ไม่ต้องเชื่อแค่ “คำพูด”
5) ผู้ประกอบการไทยเข้าเกมได้ทั้งรายเล็กและรายใหญ่
- ถ้าระบบใช้งานง่าย ผ่านมือถือหรือระบบออนไลน์
- เกษตรกรรายย่อย โรงงานขนาดกลาง ร้านอาหาร ไปจนถึงแพลตฟอร์มส่งออก สามารถใช้มาตรฐานเดียวกันได้
- สร้างภาพรวมว่า “อาหารฮาลาลจากไทยมีมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ”
เป้าหมายของสลากฮาลาลเบอร์ 5
ไม่ใช่แค่มีตราฮาลาลเพิ่มหนึ่งแบบ แต่คือการสร้าง “ภาษากลางด้านความน่าเชื่อถือ” ของอาหารฮาลาลไทยในสายตาทั้งโลก ด้วยเทคโนโลยีที่ตรวจสอบย้อนกลับได้จริง
หากเราทำสำเร็จ
- ไทยจะไม่ใช่แค่ผู้ขายอาหารฮาลาล
- แต่จะกลายเป็น “ผู้กำหนดมาตรฐาน” ให้ประเทศอื่นต้องอ้างอิง
นี่คือแต้มต่อที่หลายประเทศไม่มี
และเป็นโอกาสที่ประเทศไทยไม่ควรปล่อยให้หลุดมือ